Tweet Twitter Button from twitbuttons.com
สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

การจัดทำบัญชี  ตาม พ.ร.บ.2543
บัญชีที่ต้องจัดทำ
        1. บุคคลธรรมดา หรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจ เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้มีไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าประเภทแถบเสียง แถบวีดีทัศน์และแผ่นซีดี ต้องจัดทำบัญชีสินค้า นับแต่วันที่เริ่มต้นประกอบกิจการ
        2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบกิจการในในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำบัญชี ดังต่อไปนี้
            2.1 บัญชีรายวัน
                (1) บัญชีเงินสด
                (2) บัญชีธนาคาร แยกเป็นแต่ละเลขที่บัญชีธนาคาร
                (3) บัญชีรายวันซื้อ
                (4) บัญชีรายวันขาย
                (5) บัญชีรายวันทั่วไป
            2.2 บัญชีแยกประเภท
                (1) บัญชีแยกประเภท สินทรัพย์ หนี้สินและทุน
                (2) บัญชีแยกประเภทรายได้และรายจ่าย
                (3) บัญชีแยกประเภทลูกหนี้
                (4) บัญชีแยกประเภทเจ้าหนี้
        3. บัญชีสินค้า
        4. บัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภทอื่นและบัญชีแยกประเภทย่อยตามความจำเป็นแก่การทำบัญชีของธุรกิจ

ข้อปฏิบัติในการลงรายการในบัญชี
        1. ลงรายการในบัญชีเป็นภาษาไทย หรือจะลงเป็นภาษาต่างประเทศก็ได้ แต่ต้องมีภาษาไทยกำกับหรือจะลงรายการเป็นรหัสบัญชีก็ได้แต่ต้องมีคู่มือคำ แปลรหัสที่เป็นภาษาไทยไว้
        2. ต้องลงรายการในบัญชีด้วยหมึก หรือดีดพิมพ์ หรือตีพิมพ์ หรือวิธีอื่นใดที่ให้ผลทำนองเดียวกัน
        3. ต้องมีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีที่สามารถแสดงความถูกต้องและครบถ้วนของรายการบัญชีและเป็นที่เชื่อถือได้
        4. รายการในบัญชีที่เป็นจำนวนเงินต้องเป็นหน่วยเงินตราไทย

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี
        เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี หมายถึง บันทึก หนังสือ หรือ เอกสารใดๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงรายการในบัญชี แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
        1. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยบุคคลภายนอก
        2. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อออกให้แก่บุคคลภายนอก
        3. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อใช้ในกิจการของตนเองทั้ง นี้เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีทุกประเภทต้องมีข้อความและรายการตามที่ กำหนด
การลงรายการในบัญชีรายวันและบัญชีสินค้าต้อง
        1. มีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีทุกรายการและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการ ลงบัญชีนั้นต้องสามารถแสดงความถูกต้องครบถ้วนของรายการบัญชีทุกรายการตาม ความเป็นจริงและเป็นที่เชื่อถือได้
        2. ใช้เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีในลำดับที่ 1 หรือ 2 แล้วแต่กรณีก่อน เว้นแต่ไม่มีเอกสารดังกล่าวจึงให้ใช้เอกสารในลำดับที่ 3

วันเริ่มทำบัญชี

พ.ร.บ.บัญชี 2543 มาตรา 9 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีการทำบัญชีนับแต่วันเริ่มทำบัญชีดังต่อไปนี้ เป็นต้นไป

  1. ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้เริ่มทำบัญชี นับแต่วันที่ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดนั้น ได้รับการจดทะเบียนเป็น นิติบุคคลตามกฎหมาย
  2. นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยให้ เริ่มทำบัญชี นับแต่วันที่นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศนั้นได้เริ่มต้นประกอบ ธุรกิจในประเทศไทย
  3. กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ให้เริ่มทำบัญชีนับแต่วันที่กิจการร่วมค้านั้นได้เริ่ม ต้นประกอบกิจการ
  4. สถานที่ประกอบธุรกิจเป็นประจำตามมาตรา 8 วรรคสอง ให้เริ่มทำบัญชีนับแต่วันที่ สถานที่ประกอบธุรกิจเป็นประจำนั้นเริ่มต้นประกอบกิจการ

การลงรายการในบัญชี ต้องลงรายการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังต่อไปนี้    

  1. บัญชีรายวันทุกชนิด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่รายการนั้นเกิดขึ้น
  2. บัญชีแยกประเภท ต้องผ่านรายการจากบัญชีขั้นต้น ภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้น
  3. บัญชีสินค้า ภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้น
  4. บัญชีเงินสด บัญชีธนาคาร บัญชีแยกประเภททุกชนิดและบัญชีสินค้า ต้องลงรายการยอดคงเหลือให้แล้วเสร็จภายใน  60 วันนับแต่วันปิดบัญชีของแต่ละงวด

งบการเงิน

การจัดทำงบการเงิน

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ยกเว้นบุคคลธรรม และห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน ต้องจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องตามรายการย่อที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

นิติบุคคล
แบบ/คำอธิบาย
งบดุล งบกำไร
ขาดทุน
งบแสดงการ
เปลี่ยนแปลงส่วน
ของผู้ถือหุ้น
งบ
กระแสเงินสด
งบ
การเงินรวม
หมายเหตุ
ประกอบ
งบการเงิน
งบการเงิน
เปรียบเทียบกับ
ปีก่อน
ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
แบบ 1    คำอธิบาย
- - - -
บริษัทจำกัด
แบบ 2    คำอธิบาย
- -
บริษัทมหาชนจำกัด
แบบ 3    คำอธิบาย
   
นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
แบบ 4    คำอธิบาย
- -
กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
แบบ 5    คำอธิบาย
- -

งบการเงินที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้จัดทำขึ้น ต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเว้นแต่งบการ เงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุนไม่เกินห้าล้านบาท สินทรัพย์รวามไม่เกินสามสิบล้านบาท และรายได้รวมไม่เกินสามสิบล้านบาท ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
     ระยะเวลาการนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
     - ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรต้องนำส่ง งบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 5 เดือน นับแต่วันปิดบัญชี
     - บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชน เมื่อผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบและรับรองงบการเงินแล้วต้องนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ โดยจะต้องจัดให้มีการ ประชุมเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

การเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร

1. สถานที่จัดเก็บ ณ สถานประกอบการ  หรือสถานที่ใช้เป็นที่ทำการผลิตหรือเก็บรักษาสินค้าเป้นประจำ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานประจำ

2. ระยะเวลาการจัดเก็บเอกสารประกอบการลงบัญชีไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี

กรณีที่จัดเก็บไว้ยังสถานที่อื่นต้องได้รับอนุญาตจากสามารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีตาม

ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น และการแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย พ.ศ. ๒๕๔๓

การขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

การขออนุญาตเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น
การแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย
การขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี
การส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี
ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจ


ที่มา: เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจกา่รค้า


view